• now i love english team

คะแนนดีเกินคาด! กับ 6 เทคนิคเตรียมตัวสอบ IELTS


ผู้หญิงกำลังจดกระดาษด้วยดินสอ

IELTS ย่อมาจาก The International English Language Testing System ถือเป็นแบบทดสอบทักษะทางภาษาอังกฤษที่เราต่างก็รู้จักกันดี โดยเฉพาะคนที่เล็งจะเรียนภาคอินเตอร์ เรียนต่อต่างประเทศ หรือว่าไปทำงานต่างประเทศ โดยข้อสอบ IELTS นี้แบ่งเป็น 4 ส่วนด้วยกันคือ ฟัง, พูด, อ่าน และเขียน และรูปแบบของข้อสอบก็มีทั้งแบบที่เป็นตัวเลือก เติมคำ อธิบายแผนผัง หรือเขียน


และเนื่องจากการสอบ IELTS นั้นดูจะเป็นทางการสักหน่อย เลยทำให้หลายคนกลัวและคิดว่ายากเกินความสามารถ ยิ่งต้องสอบให้ผ่านเกณฑ์คะแนน หรือ Band ที่ทางมหาวิทยาลัยและที่ทำงาน ยิ่งคิดหนักไปกันใหญ่ แต่จริง ๆ แล้ว Now I Love English ของเราอยากบอกให้รู้ค่ะว่าข้อสอบ IELTS ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ยิ่งถ้าเราหมั่นฝึกฝนเป็นประจำ เป้าหมายคะแนนที่เราตั้งไว้ก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอนค่ะ ซึ่งวันนี้เราก็มี 6 เทคนิคเตรียมตัวสอบ IELTS ที่จะช่วยให้ได้คะแนนดีเกินคาดมาบอกต่อดังนี้ค่ะ


1. ฝึกฟังให้เชี่ยวชาญ

เด็กผู้ชายใส่หูฟังแบบครอบหู

สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เคยสอบ IELTS มาก่อน ข้อสอบส่วนที่ยากที่สุดก็คือพาร์ทของการฟังหรือ Listening เพราะถ้าสอบจริงเราจะมีโอกาสได้ฟังเพียงแค่รอบเดียวเท่านั้น และสำเนียงในข้อสอบส่วนใหญ่ก็จะมาจากเจ้าของภาษาหลายสำเนียง ทั้ง Britian, Australia, New Zealand และ North America ดังนั้นฝึกฟังภาษาอังกฤษหลาย ๆ สำเนียงไว้ดีกว่าค่ะ พอสอบจริงจะได้สบาย ลองหาหนังหรือดูตามช่อง YouTube ก็ได้ รับรองว่าจะฟังเก่งขึ้นแน่นอน


2. อ่านคำสั่งอย่างมีสติ

ผู้ชายกางหนังสืออ่าน

สติ ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในการทำทุก ๆ อย่างเลยก็ว่าได้ค่ะ โดยเฉพาะเมื่อต้องทำข้อสอบ IELTS เราต้องอ่านคำสั่งดี ๆ ค่ะ เพราะหากทำตามที่โจทย์สั่งได้อย่างถูกต้องก็จะได้คะแนนมาครองได้ไม่ยากเลยล่ะ และอย่างในข้อสอบข้อเขียนหรือพาร์ท Writing ถ้าโจทย์บอกให้เขียนแค่กี่คำ ก็ต้องพยายามเขียนให้อยู่ในจำนวนคำที่กำหนด อย่าลืมนะคะว่าอ่านคำสั่งให้ดีและมีสติในการทำข้อสอบเข้าไว้ค่ะ


3. ลงมือฝึกฝนและตั้งเวลา

มือคนถือนาฬิกาตั้งโต๊ะเล็ก ๆ

ข้อสอบ IELTS แต่ละพาร์ทล้วนมีเวลาจำกัดในการทำ เพราะฉะนั้นเราต้องใช้เวลาที่มีให้คุ้มค่ามากที่สุดและทำข้อสอบให้ออกมาดีที่สุด อย่างเช่นในส่วนของข้อสอบการฟังหรือ Listening ที่มีเวลาทั้งหมด 40 นาที ฟัง 30 นาทีและมีเวลาเขียนคำตอบแค่อีก 10 นาที เพราะฉะนั้นลองหาแบบฝึกหัด IELTS มาฝึกทำและจับเวลาดู แล้วจะรู้จังหวะตัวเองดีขึ้นแน่นอน นั่นก็เพราะว่าการจับเวลาไม่ได้ช่วยให้ทำข้อสอบภายใต้แรงกดดันได้ดีเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เรารู้จุดอ่อนและจุดแข็งของตัวเองเพื่อนำไปพัฒนาทักษะด้วยค่ะ


4. หาเทคนิคในการทำข้อสอบ

เพื่อนผู้หญิงช่วยกันเรียนหนังสือ

หลังจากที่เรารู้ว่าข้อสอบ IELTS มีส่วนไหนบ้างแล้ว เราก็จะหาเทคนิคในการทำข้อสอบในแต่ละส่วนให้เร็วขึ้นได้ อย่างในข้อสอบของการฟังก็สามารถขีดเส้นใต้คีย์เวิร์ด เพื่อให้มีสมาธิอยู่กับคำนั้นและตามบทสนทนาที่ฟังได้ หรือหากเป็นข้อสอบเขียน ก็ให้ไปอ่านคำถามก่อนค่อยมาอ่านเนื้อหาทีหลัง ซึ่งขอบอกเลยว่าเทคนิคในการทำข้อสอบของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน ดังนั้นลองดูนะคะว่าเทคนิคไหนเหมาะกับเพื่อน ๆ มากที่สุด


5. ฝึกเขียนให้เหมือนเจ้าของภาษา

ผู้หญิงกำลังเปิดคอมและเขียนหนังสือ

การอ่านและเขียนมีส่วนเกี่ยวข้องกันโดยตรงอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อฝึกอ่านเยอะ ๆ จะช่วยให้เรารู้จักสังเกตการเขียนของเจ้าของภาษา ดังนั้นลองอ่านภาษาอังกฤษให้มาก ๆ ทั้งคู่มือการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้า ฉลากเครื่องสำอาง นิตยสาร ข่าว โฆษณา และบทความต่าง ๆ จากนั้นก็ค่อยฝึกเขียนและแต่งประโยคจากคำศัพท์ที่ได้มา แล้วก็ค่อย ๆ ขยายจากประโยคเป็นย่อหน้า จากย่อหน้าเป็นบทความ แล้วเพื่อน ๆ จะเขียนได้ลื่นไหลได้อย่างเจ้าของภาษามากขึ้น


6. เรียนกับเพื่อนหรือกลุ่มเพื่อน

ผู้หญิงสองคนกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่กับเพื่อนผู้ชายหนึ่งคน

ลองหาเพื่อน ๆ ที่เป้าหมายเดียวกัน คือต้องการสอบ IELTS เหมือนกัน ยิ่งถ้ามีเพื่อนที่มีทักษะภาษาอังกฤษดีกว่าเรา ก็จะช่วยกันเรียนและฝึกทำข้อสอบได้ แล้วอีกอย่างเพื่อนที่มีทักษะทางภาษาดีกว่าก็สามารถช่วยประเมินภาษาเราได้เช่นกัน เช่น เวลาเราฝึกพูด ฝึกฟัง หรือฝึกทำข้อสอบในส่วนอื่น ๆ เพื่อนก็จะได้ช่วยฟังและช่วยติวไปพร้อมกัน


แต่ถ้าอยากเตรียมตัวสอบ IELTS ให้พร้อมและมั่นใจยิ่งขึ้น ก็ต้องเรียนกับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์โดยตรง ซึ่งที่ Now I Love English ของเราก็มีคอร์ส IELTS ให้เพื่อน ๆ ได้เรียนและเจาะลึกข้อสอบแบบเต็มที่ รับรองว่าคะแนนหรือ Band ที่เพื่อน ๆ ตั้งเป้าหมายไว้อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน

3 views0 comments